Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

Home
 
Home Webboard Classified Download Links
 
 
       มารู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ Valvetronic ของ BMW

       เทคโนโลยี Valvetronic เป็น เทคโนโยีเครื่องยนต์ใหม่ของ BMW นำมาใช้ครั้งแรกกับ ซีรี่ย์ 3 compact E46 ที่เพิ่งเริ่มจำหน่าย ไม่นานนี้ หลังจากนั้น ก็ได้นำมาใช้กับ ซีรี่ย์ 7 รหัสตัวถัง E65 และ Minor change ซีรี่ย์ 3 ซีดานตัวใหม่ ซึ่ง ซีรี่ย์ 3 ใหม่นี้ได้เครื่อง ยนต์ใหม่มาประจำการด้วย เป็นเครื่องยนต์ 2000 cc. 143 แรงม้า
       ระบบ Valvetronic ใช้เทคนิคใหม่ที่จะปรับ timing และ ระยะยกของ วาล์วไอดี ให้แปรผันตามความต้องการของเครื่องยนต์ โดยใช้คอมพิวเตอร์เข้ามา ควบคุม แยกเป็นอิสระจากชุดควบคุมของเครื่องยนต์ ใช้ CPU 32 bit ความเร็ว 40MHz


     เครื่องยนต์ระบบ Valvetronic ยังคงใช้ camshaft อยู่ แต่ จะมี Eccentric shaft เพิ่มขึ้นมา พร้อมด้วยชุดกระเดื่อง และ ลูกรอก เข้า ชุดกัน ทั้งหมดจะควบคุมการทำงานด้วย Steper motor ซึ่งรับสัญญาณ จากคันเร่งอีกที เมื่อ Steper motor ได้รับ สัญญาณจากคันเร่งแล้ว ก็จะ ไปควบคุมการ ทำงานของ Eccentric shaft ให้ไปกดกระเดื่องควบคุม การ ทำงานของ วาล์วไอดีต่อไป

     ระบบ Valvetronic จะช่วยทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการ บำรุงรักษาลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้นโดยรวมประมาณ 10% ทำให้การสตาร์ทเครื่อง ตอนอุณหภูมิต่ำมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น โดยไม่ ต้องการน้ำมันที่แตก ต่างไปจากปกติ

      ระบบ Valvetronic จะทำให้การคายไอเสียดีขึ้นและ ที่สำคัญ คือ BMW มุ่งหวังที่จะใช้ระบบนี้ทำให้ผ่านมาตรฐาน CO2 ที่ 140 g/km.ใน ปี 2008

      ระบบ Valvetronic นี้จะถูกประกอบเข้าด้วยกันเป็น โมดูลย่อย ประกอบกับชุดฝาสูบอีกที ซึ่งทั้งหมดจะทำที่ โรงงานแห่งใหม่ของ BMW ที่ Hams Hall ใกล้เมือง โคเวนทรี ประเทศอังกฤษ

 
       เราสามารถเปรียบเทียบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ไม่มีและมี ระบบ Valvetronic ว่ามีการทำงานแตกต่างกันอย่างไร ตามรูปข้างล่างนี้

ไม่มีระบบ Valvetronic มีระบบ Valvetronic

       เครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบ Valvetronic เมื่อลิ้นปีกผีเสื้อเปิด ระบบควบคุมจะตรวจสอบปริมาณอากาศที่ผ่านเข้ามา แล้วสั่งให้หัวฉีด จ่ายน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปในห้องเผาไหม้เพื่อทำการจุดระเบิด ในขณะที่เดินเบา หรือ เร่งคันเร่งไม่มากนัก อากาศที่ผ่าน เข้ามาทางลิ้นปีกผีเสื้อที่ใกล้ปิด ในขณะ เดียวกัน กระบอกสูบก็ยังทำงานอยู่ จะทำให้เกิดการดูดอากาศจากท่อไอดี จะทำให้เกิด สุญญากาศเกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดการต้านการทำงานของกระบอกสูบ เกิดขึ้น เกิดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น ปรากฏการณ์นี้ วิศวกร รถยนต์จะเรียกว่า "Pumping loss" เครื่องยนต์จะทำงานช้าลง ยิ่งลิ้นปีกผีเสื้อใกล้ ปิดก็ยิ่งทำให้สูญเสียพลังงานมากยิ่งขึ้น

      สำหรับเครื่องยนต์ที่มีระบบ Valvetronic ในกรณีเดียวกันแทนที่ camshaft จะกดกระเดื่องวาล์วโดยตรง จะทำงานร่วมกับ Eccentric shaft ไปกด กระเดื่องวาล์วให้มีระยะยกวาล์วที่เหมาะสม อากาศที่เข้ามาน้อยลง ก็จะทำให้ pumping loss ลดลงไปด้วย ยิ่งเมื่อทำงานควบคู่กับ ระบบ VANOS ก็จะยิ่ง ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

      นอกจากนี้ เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบ Valvetronic จะมีผลพลอยได้เพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น จะมีประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิห้อง เผาไหม้ เพิ่มขึ้น ถึง 60% ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานระบบหล่อเย็นใช้พลังงานลดลง 60% เป็นต้น

      อย่างไรก็ตาม ระบบ Valvetronic จะลดประสิทธิภาพลงเมื่อรอบเครื่องสูงกว่า 6000 rpm เพราะต้องการสปริงวาล์วที่แข็งขึ้น เมื่อ สปริงวาล์วแข็งขึ้นก็จะ สูญเสียพลังงานจากแรงเสียดทานมากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นคงยังไม่มีการนำระบบนี้เข้าไปใช้กับเครื่องยนต์ที่ ใช้กับรหัส M ในเร็วๆนี้แน่นอน

AC-S330 แปลจาก http://www.bmwworld.com/technology/valvetronic.htm
31/10/01

 
Best view in Internet Exploer 5.0 and above 
Any question and comments please contact our webmaster